ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
 
     
 
 
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
             
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
 
     
 
หนังสือพิมพ์
สถานีโทรทัศน์
กระทรวงต่างๆ
จังหวัดทั่วไทย
เว็บช่วยค้นหา
เว็บเพื่อนบ้าน
 
 
 
 
 
 
สำหรับผู้ที่ยังไม่มีโปรแกรม Acrobat
Download Program
 
 
 
     
   
 

   
กลับหน้าหลัก | ตอบกระทู้
ปลูกผักหวานป่าในสภาพไร่ได้แล้ว
ผักหวานป่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melientha suavis Pierre.คุณค่าทางอาหารผักหวานป่า 100 กรัม ให้พลังงาน 39 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย น้ำ 87.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 8.3 กรัม โปรตีน 0.1 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม เส้นใย 2.1 กรัม แคลเซียม 24 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 68 มิลลิกรัม เหล็ก 1.3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 8,500 IU. วิตามินบี1 0.12 มิลลิกรัม วิตามินบี2 1.65 มิลลิกรัม ไนอะซิน 3.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 168 มิลลิกรัมปัจจุบัน มีเกษตรกรหลายพื้นที่ผลิตผักหวานป่าเป็นการค้าได้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังมีผู้ทดลองขยายพันธุ์ผักหวานป่าด้วยวิธีต่างๆ ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกรในอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี สามารถเพาะเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่าได้ และขยายพันธุ์ปลูกในเขตอำเภอและจังหวัดอื่นๆ อีกจำนวนมาก ผักหวานป่าที่ปลูกอยู่ในบริเวณสวนป่าอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรีนั้น ปลูกตั้งแต่สมัยเก่าก่อน ขณะนี้อายุได้ 137 ปี อีกหลายต้น อายุประมาณ 110 ปี ก็ยังคงยืนต้นให้เกษตรกรเก็บยอดจำหน่ายได้ทุกปี โดยยังรักษาสภาพเดิมไว้ได้ทุกประการ

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
ผักหวานป่า เป็นพืชที่ทนแล้งได้พอสมควร ไม่ชอบแดดจัด ไม่ชอบน้ำมาก  ดินร่วนปนทราย ตามธรรมชาติ พบในบริเวณที่สูงเชิงเขา ป่าเชิงเขา หรือป่าโปร่ง ป่า เช่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก แหล่งที่ปลูกเป็นการค้าได้แก่ จังหวัดสระบุรี จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสกลนคร จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดขอนแก่น และอื่นๆที่มีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์
อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เป็นแหล่งที่ปลูกมากที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนหลายหมื่นต้น ใช้พื้นที่ปลูกเกือบ
1,000 ไร่ ผักหวานป่า จะชอบแสงแดดรำไร ประมาณ 50% ชอบร่มเงาไม้ใหญ่ เช่น ร่มต้นมะขามเทศ ,สะเดา ,ชะอม และมะเขือ เป็นต้น ผักหวานป่าที่นำไปปลูกในที่แจ้งกลางแดด ไม่มีร่มเงา จะตายหมด ถ้าจะปลูกในพื้นที่โล่งแจ้ง จะต้องปลูกไม้พี่เลี้ยงไว้ข้างๆหลุมปลูก เพื่อให้เป็นร่มแก่ผักหวานป่าก่อน เมื่ออายุสัก 1 ปี ผักหวานป่า จะเริ่มทนต่อแดดได้บ้าง แต่ไม้พี่เลี้ยงยังจะต้องปลูกให้ร่มเงาไว้สัก 2-3 ปีก่อน ผักหวานป่า ชอบอากาศร้อน ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ผักหวานป่าจะให้ยอดดี แตกยอดมาก แต่เมื่อฝนตกลงมา ผักหวานป่า จะหมดยอด และเริ่มพักต้นเพื่อสะสมอาหาร สร้างการเจริญเติบโตทางลำต้น ต่อไป


จากคุณ :คนบ้านไผ่โพส์เมื่อ : 2010-08-09 06:22:55 IP : 183.89.112.xxx
ความคิดเห็นที่ 4
 
Re : ปลูกผักหวานป่าในสภาพไร่ได้แล้ว
การขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ดขั้นตอนการเพาะเมล็ดผักหวานป่า ทำได้ 2 วิธีคือ เพาะในถุงดำ และเพาะในกระบะเพาะ ก. การเตรียมดินเพาะเมล็ดในถุงดำ  >>ถุงดำสำหรับเพาะเมล็ด ควรเป็นถุงพลาสติกดำยาว8 นิ้ว (ถุงยาวแบบถุงเพาะกล้ายางเพื่อให้รากแก้วหยั่งตรง ถ้าใช้ถุงสั้นรากแก้วจะขดตัวที่ก้นถุงเมื่อนำไปปลูกจะไม่เจริญดี ขั้นตอนการถอดถุงเวลาจะปลูกลงหลุม ต้องระมัดระวังไม่ให้รากขาด ต้องให้ตุ้มดินหุ้มรากอยู่ในสภาพดี) เจาะรูระบายน้ำ
 >>ดินเพาะ ประกอบด้วย ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่าๆ หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ขนาดครึ่งเซนติเมตรผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วกรอกใส่ถุงเพาะ(ถ้าเป็นดินร่วนซุย ไม่ต้องผสมอะไร ใช้เพาะเมล็ดได้เลย )ใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน
 ข. การเตรียมกระบะหรือแปลงเพาะเมล็ด วัสดุที่ใช้ในการเพาะเมล็ดผักหวานป่าควรเป็นทรายล้วนๆ หรือดินร่วน ฝังเมล็ดเป็นแถวให้ลึก ประมาณ 2 เซนติเมตร แปลงเพาะเมล็ดควรมีความชื้นพอประมาณ หลังจากทำการเพาะเมล็ดไปได้ 3สัปดาห์ รากของผักหวานป่าจะงอกออกมาจากเมล็ดก่อน แล้วจึงแตกใบอ่อน
ขั้นตอนการเตรียมคัดเลือกเมล็ดผักหวานป่า
การคัดเลือกเมล็ดจากต้นที่มีอายุมากๆ ความสมบูรณ์ของเมล็ดรวมทั้งเปอร์เซ็นต์การงอกก็จะดีมากด้วย ธรรมชาติของผักหวานป่า จะออกดอกติดผลคือออกดอกตามลำต้น ผลเป็นพวง เมื่อสุกจะมีสีเหลือง ขั้นตอนการเตรียมคัดเลือกเมล็ด มีดังนี้    1. คัดเลือกผลผักหวานป่าที่แก่สุกและสดเท่านั้นโดยดูจากผลจะออกสีเหลืองซึ่งปกติเก็บเกี่ยวในช่วงเดือน มีนาคม-พฤษภาคม เมื่อได้เมล็ดควรเพาะภายใน 7 วัน เนื่องจากเมล็ด ต้นผักหวานป่าที่เก็บไว้นานเปอร์เซ็นต์ความงอกจะลดลงเรื่อยๆ    2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง ควรใช้ถุงมือขณะทำงานเนื่องจากเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง ขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรงหรือภาชนะที่มีผิวหยาบ เช่น ในกระด้งหรือเข่งไม้ไผ่    3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำแยกเมล็ดที่สมบูรณ์ไว้ เมล็ดที่สมบูรณ์จะจมน้ำ ส่วนเมล็ดที่ลอยน้ำควรแยกทิ้ง    4. นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อราให้ทั่ว แล้วเกลี่ยตากในกระด้งหรือตะแกรงเป็นชั้นหนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมด้วยกระสอบป่านที่ชุบน้ำหมาดๆ เก็บไว้ในร่ม 1 วัน    5. นำเมล็ดมาบ่มเพาะให้เกิดการงอกในวัตถุ เช่นขี้เถ้าแกลบดำ จากนั้นโปรยเมล็ดผักหวานป่าให้ทั่ว แล้วนำขี้เถ้าแกลบกลบทับหนาประมาณ 1 นิ้ว รดน้ำในชุ่ม ประมาณ 4-5 วัน มาคุ้ยดูเลือกเมล็ดที่กำลังงอก โดยสังเกตเปลือกเมล็ดจะเริ่มแตกร้าว ย้ายต้นกล้าลงปลูกในถุงดำหรือลงแปลงปลูกด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากต้นกล้ามีรากเล็กอยู่ ต้องใช้ไม้แหลมแทงให้เป็นรูนำร่องก่อนจะหยอดต้นกล้าลงในถุงหรือลงหลุมปลูก
 
การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลมากที่สุด มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ 1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุกและสดใหม่เท่านั้น
2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยผ้ามุ้งในร่อน หรือภาชนะที่มีผิวหยาบ
    เช่นในกระดังหรือเข่งไม้ไผ่ ควรใส่ถุงมือยางขณะทำงานเนื่องจากเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารที่      ระคายเคืองต่อผิวหนัง
3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก
4. นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้ง
    หรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน     ที่ชุบน้ำหมาดๆ เก็บไว้ในที่ร่ม1 วัน
5. ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงดำที่มีความลึกไม่น้อย
     กว่า 8 นิ้ว(ถุงชำกิ่งยางพารา)เพื่อให้รากหยั่งตรงไม่ขดงอที่ก้นถุง
6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วย
    ตะแกรงตาถี่ ครึ่งเซนติเมตร ผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร
7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อย
    นำไปไว้ใต้ร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าให้แฉะ

ในช่วงเดือนแรก ผักหวานป่าจะมีการพัฒนาของระบบรากอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าเดือนที่สองจึงเริ่มทยอยแทงยอดขึ้นพ้นดินให้เห็นบ้าง หลังจากเพาะได้ 2 เดือนครึ่ง ต้นผักหวานป่าจะสูงประมาณ 5 -10 ซม. การเจริญเติบโตของลำต้นเหนือดินในปีแรกจะช้ามาก
จากคุณ :คนบ้านไผ่โพสต์เมื่อ :2010-08-09 06:33:23 IP : 183.89.112.xxx
ความคิดเห็นที่ 3
 
Re : ปลูกผักหวานป่าในสภาพไร่ได้แล้ว
การปลูกดูแลรักษาผักหวานป่า
ผักหวานป่าสามารถปลูกเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด
แต่จะเจริญเติบโตได้ดี และเจริญงอกงามเร็วในดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง การปลูกผักหวานป่าที่เกษตรกรในท้องถิ่นอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี นิยมปลูก สามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ 1. ปลูกเป็นพืชแซมในสวน เนื่องจากผักหวานป่าชอบร่มเงาแสงรำไรปริมาณแสงประมาณ 50 % จึงต้องอาศัยร่มเงาของไม้ใหญ่เช่น ต้นมะขามเทศ ตะขบ ขี้เหล็ก และปลูกไม้ทำร่มเงา เช่น แค สะเดา น้อยหน่า ชะอม ทองหลาง เป็นต้น เพื่อช่วยการเจริญเติบโตในช่วงระยะแรก 2. ปลูกในที่โล่งแจ้ง วิธีนี้เกษตรกรจะต้องทำร่มให้ระยะแรก และปลูกไม้ทำร่มเงาเป็นพี่เลี้ยง เช่น แค เลี่ยน  ชะอม  ปลูกไปพร้อมๆกับปลูกผักหวานป่า ซึ่งจะเจริญไปพร้อมๆกันไม่แย่งอาหารกันแต่อย่างใด ทำให้ผักหวานป่าต้นเล็กๆ เจริญงอกงามดี  เมื่อผักหวานโต 2 ปี ขึ้นไปแล้ว ก็เลือกตัดไม้พี่เลี้ยงไปบ้าง แต่ไม่ตัดหมด เพื่อให้ต้นผักหวานได้รับแดดมากขึ้น
การเตรียมดิน
เตรียมดินและหลุมปลูกผักหวานป่า ควรปลูกในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยขุดหลุมปลูกขนาด 30x30x30 เซนติเมตร ระยะห่างของต้น 2x2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่จะปลูกได้ 400 ต้น รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว ประมาณ 5 กิโลกรัม/หลุม (ครึ่งปี๊บ) คลุกเคล้าผสมกลบหน้าดินโดยเตรียมหลุมทิ้งไว้ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ก่อนปลูก การปลูก เมื่อกล้าผักหวานป่าอายุได้ 2-3 เดือนหรือต้นผักหวานป่าสูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร สามารถย้ายปลูกได้ ควรงดให้น้ำ 1 วัน ก่อนย้ายปลูก โดยนำถุงกล้าผักหวานป่ามาฉีกพลาสติกออก ระวังอย่าให้ดินแตกและอย่าให้รากกล้าผักหวานป่าขาด เพราะจะทำให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต การปลูกควรให้ต้นกล้าสูงจากปากหลุมประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วพูนดินกลบโดยรอบเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังในหลุมปลูก เมื่อมีการให้น้ำหรือฝนตก จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม การย้ายต้นกล้าควรทำในเวลาเย็น เอาไม้ปักกั้นรอบหลุมปลูก ป้องกันเข้าเหยียบย่ำและห้ามพรวนดินรอบต้นผักหวานป่า ในขณะที่ต้นผักหวานป่ายังเล็กอยู่ เพราะอาจทำให้รากต้นผักหวานป่ากระทบกระเทือนและตายได้
ในหลุมเดียวกัน สามารถหยอดเมล็ดแค เลี่ยน ลงไป พร้อมกับปลูกผักหวานไปด้วยกันได้เลย

ผักหวานป่าอายุ
20 ปีแล้วยังเก็บยอดได้ดี ผักหวานป่าถือว่าเป็นพืชดูแลน้อยมาก มีการให้น้ำบ้าง แต่เป็นพืชทนแล้งได้ดี ในช่วงเก็บยอด จะต้องให้น้ำบ่อยหน่อย และควรใส่ปุ๋ยคอกให้ผักหวานป่าอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก ก่อนจะแตกยอดและออกดอก ครั้งที่สองหลังจากเก็บยอดผักหวานหมดแล้ว บำรุงรักษาต้นให้ดี ปุ๋ยที่ใช้ต้องใส่ปุ๋ยคอกแห้งดีแล้ว ใส่รอบๆ ห่างต้นสัก 1 ศอก ส่วนปุ๋ยเคมีไม่ต้องใส่ ใส่แต่ปุ๋ยคอกก็เพียงพอแล้ว
การกำจัดวัชพืชก็จะทำในช่วงฝนชุกเท่านั้น
อาจดูสวนรกไปหน่อย แต่เปรียบเทียบแล้วไม่มีผลกระทบต่อผักหวานป่าเท่าไร การกำจัดหญ้า ควรใช้มือหรือเครื่องมือตัดหญ้า ตัดแล้วเอาคลุมโคนต้นผักหวานป่าไว้ได้เลย ไม่แนะนำให้ใช้จอบถากหญ้า เพราะจะทำให้ราก กระเทือน เสียหาย เช่นเดี่ยวกับ ไม่ต้องการไถกลบพรวนดิน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนระบบรากของผักหวานป่าตลอดอายุ ผักหวานป่าในสภาพธรรมชาติ มีศัตรูธรรมชาติค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว นานๆ จะมีหนอนและแมลง หรือด้วงปีกแข็งรบกวน แต่ไม่ถือว่าเป็นความเสียหาย หนูและตัวตุ่นอาจมาขุดกินรากบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สร้างปัญหาให้ผู้ปลูก จึงเป็นพืชที่ปลูกง่าย การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรค-แมลงน้อยมาก หากจะปลูกผักหวานป่าเป็นการค้า จะต้องมีการดูแลรักษามากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยคอก การกำจัดวัชพืช การให้น้ำ การป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นต้น เพื่อให้ได้รับผลผลิตที่สูงด้วย

การปลูกดูแลรักษาผักหวานป่า
ผักหวานป่าสามารถปลูกเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด
แต่จะเจริญเติบโตได้ดี และเจริญงอกงามเร็วในดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง การปลูกผักหวานป่าที่เกษตรกรในท้องถิ่นอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี นิยมปลูก สามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ 1. ปลูกเป็นพืชแซมในสวน เนื่องจากผักหวานป่าชอบร่มเงาแสงรำไรปริมาณแสงประมาณ 50 % จึงต้องอาศัยร่มเงาของไม้ใหญ่เช่น ต้นมะขามเทศ ตะขบ ขี้เหล็ก และปลูกไม้ทำร่มเงา เช่น แค สะเดา น้อยหน่า ชะอม ทองหลาง เป็นต้น เพื่อช่วยการเจริญเติบโตในช่วงระยะแรก 2. ปลูกในที่โล่งแจ้ง วิธีนี้เกษตรกรจะต้องทำร่มให้ระยะแรก และปลูกไม้ทำร่มเงาเป็นพี่เลี้ยง เช่น แค เลี่ยน  ชะอม  ปลูกไปพร้อมๆกับปลูกผักหวานป่า ซึ่งจะเจริญไปพร้อมๆกันไม่แย่งอาหารกันแต่อย่างใด ทำให้ผักหวานป่าต้นเล็กๆ เจริญงอกงามดี  เมื่อผักหวานโต 2 ปี ขึ้นไปแล้ว ก็เลือกตัดไม้พี่เลี้ยงไปบ้าง แต่ไม่ตัดหมด เพื่อให้ต้นผักหวานได้รับแดดมากขึ้น
การเตรียมดิน
เตรียมดินและหลุมปลูกผักหวานป่า ควรปลูกในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยขุดหลุมปลูกขนาด 30x30x30 เซนติเมตร ระยะห่างของต้น 2x2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่จะปลูกได้ 400 ต้น รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว ประมาณ 5 กิโลกรัม/หลุม (ครึ่งปี๊บ) คลุกเคล้าผสมกลบหน้าดินโดยเตรียมหลุมทิ้งไว้ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ก่อนปลูก การปลูก เมื่อกล้าผักหวานป่าอายุได้ 2-3 เดือนหรือต้นผักหวานป่าสูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร สามารถย้ายปลูกได้ ควรงดให้น้ำ 1 วัน ก่อนย้ายปลูก โดยนำถุงกล้าผักหวานป่ามาฉีกพลาสติกออก ระวังอย่าให้ดินแตกและอย่าให้รากกล้าผักหวานป่าขาด เพราะจะทำให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต การปลูกควรให้ต้นกล้าสูงจากปากหลุมประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วพูนดินกลบโดยรอบเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังในหลุมปลูก เมื่อมีการให้น้ำหรือฝนตก จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม การย้ายต้นกล้าควรทำในเวลาเย็น เอาไม้ปักกั้นรอบหลุมปลูก ป้องกันเข้าเหยียบย่ำและห้ามพรวนดินรอบต้นผักหวานป่า ในขณะที่ต้นผักหวานป่ายังเล็กอยู่ เพราะอาจทำให้รากต้นผักหวานป่ากระทบกระเทือนและตายได้
ในหลุมเดียวกัน สามารถหยอดเมล็ดแค เลี่ยน ลงไป พร้อมกับปลูกผักหวานไปด้วยกันได้เลย

ผักหวานป่าอายุ
20 ปีแล้วยังเก็บยอดได้ดี ผักหวานป่าถือว่าเป็นพืชดูแลน้อยมาก มีการให้น้ำบ้าง แต่เป็นพืชทนแล้งได้ดี ในช่วงเก็บยอด จะต้องให้น้ำบ่อยหน่อย และควรใส่ปุ๋ยคอกให้ผักหวานป่าอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก ก่อนจะแตกยอดและออกดอก ครั้งที่สองหลังจากเก็บยอดผักหวานหมดแล้ว บำรุงรักษาต้นให้ดี ปุ๋ยที่ใช้ต้องใส่ปุ๋ยคอกแห้งดีแล้ว ใส่รอบๆ ห่างต้นสัก 1 ศอก ส่วนปุ๋ยเคมีไม่ต้องใส่ ใส่แต่ปุ๋ยคอกก็เพียงพอแล้ว
การกำจัดวัชพืชก็จะทำในช่วงฝนชุกเท่านั้น
อาจดูสวนรกไปหน่อย แต่เปรียบเทียบแล้วไม่มีผลกระทบต่อผักหวานป่าเท่าไร การกำจัดหญ้า ควรใช้มือหรือเครื่องมือตัดหญ้า ตัดแล้วเอาคลุมโคนต้นผักหวานป่าไว้ได้เลย ไม่แนะนำให้ใช้จอบถากหญ้า เพราะจะทำให้ราก กระเทือน เสียหาย เช่นเดี่ยวกับ ไม่ต้องการไถกลบพรวนดิน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนระบบรากของผักหวานป่าตลอดอายุ ผักหวานป่าในสภาพธรรมชาติ มีศัตรูธรรมชาติค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว นานๆ จะมีหนอนและแมลง หรือด้วงปีกแข็งรบกวน แต่ไม่ถือว่าเป็นความเสียหาย หนูและตัวตุ่นอาจมาขุดกินรากบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สร้างปัญหาให้ผู้ปลูก จึงเป็นพืชที่ปลูกง่าย การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรค-แมลงน้อยมาก หากจะปลูกผักหวานป่าเป็นการค้า จะต้องมีการดูแลรักษามากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยคอก การกำจัดวัชพืช การให้น้ำ การป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นต้น เพื่อให้ได้รับผลผลิตที่สูงด้วย

การปลูกดูแลรักษาผักหวานป่า
ผักหวานป่าสามารถปลูกเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด
แต่จะเจริญเติบโตได้ดี และเจริญงอกงามเร็วในดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง การปลูกผักหวานป่าที่เกษตรกรในท้องถิ่นอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี นิยมปลูก สามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ 1. ปลูกเป็นพืชแซมในสวน เนื่องจากผักหวานป่าชอบร่มเงาแสงรำไรปริมาณแสงประมาณ 50 % จึงต้องอาศัยร่มเงาของไม้ใหญ่เช่น ต้นมะขามเทศ ตะขบ ขี้เหล็ก และปลูกไม้ทำร่มเงา เช่น แค สะเดา น้อยหน่า ชะอม ทองหลาง เป็นต้น เพื่อช่วยการเจริญเติบโตในช่วงระยะแรก 2. ปลูกในที่โล่งแจ้ง วิธีนี้เกษตรกรจะต้องทำร่มให้ระยะแรก และปลูกไม้ทำร่มเงาเป็นพี่เลี้ยง เช่น แค เลี่ยน  ชะอม  ปลูกไปพร้อมๆกับปลูกผักหวานป่า ซึ่งจะเจริญไปพร้อมๆกันไม่แย่งอาหารกันแต่อย่างใด ทำให้ผักหวานป่าต้นเล็กๆ เจริญงอกงามดี  เมื่อผักหวานโต 2 ปี ขึ้นไปแล้ว ก็เลือกตัดไม้พี่เลี้ยงไปบ้าง แต่ไม่ตัดหมด เพื่อให้ต้นผักหวานได้รับแดดมากขึ้น
การเตรียมดิน
เตรียมดินและหลุมปลูกผักหวานป่า ควรปลูกในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยขุดหลุมปลูกขนาด 30x30x30 เซนติเมตร ระยะห่างของต้น 2x2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่จะปลูกได้ 400 ต้น รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว ประมาณ 5
จากคุณ :คนบ้านไผ่โพสต์เมื่อ :2010-08-09 06:30:29 IP : 183.89.112.xxx
ความคิดเห็นที่ 2
 
Re : ปลูกผักหวานป่าในสภาพไร่ได้แล้ว

การใส่ปุ๋ย
ผักหวานป่าต้องใช้เวลาปลูกไม่ต่ำกว่า 3 ปี จึงจะเจริญเติบโตถึงระยะเริ่มเก็บผลผลิตได้ การใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้วหว่านรอบโคนต้น ในรัศมี 50 เซนติเมตร ต้นละ 10 กิโลกรัม (ประมาณ 1 ปี๊บ) ในช่วงฤดูฝนปีละครั้ง และหลังจากต้นผักหวานป่าเจริญเติบโต จนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรก ใช้ก่อนแตกยอดและออกดอก ครั้งที่สอง ใส่หลังเก็บยอดหมดแล้วเพื่อบำรุงต้น ต้นละ 10-20 กิโลกรัม ( ประมาณ 1-2 ปี๊บ ) แล้วรดน้ำให้ชุ่ม การกำจัดวัชพืช การกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น วัชพืชจะมีมากในช่วงฤดูฝน การกำจัดวัชพืชไม่ควรใช้จอบถากถาง จะทำให้รากผักหวานป่ากระทบกระเทือนเสียหาย และชะงักการเจริญเติบโตหรือตายได้ ควรใช้วิธีการถอนหรือตัดต้นวัชพืชออกเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนระบบรากดังกล่าว
การให้น้ำ
การดูแลรักษาต้นผักหวานป่าในช่วง 2 ปีแรกจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วงแรกจะให้น้ำ 2 วัน/ครั้ง หลังจากนั้นจะให้ 7-10 วัน/ครั้ง และหยุดการให้น้ำในช่วงผักหวานป่าพักตัวตามธรรมชาติ หลังเก็บยอดแล้วราวเดือน พฤศจิกายน-มกราคม การให้น้ำจะเป็นการกระตุ้นให้ผักหวานป่าแตกยอดอ่อนด้วย โดยหลังจากลิดใบแก่ออกหรือหักยอดแล้ว ควรมีการให้น้ำทุก 7-10 วัน

โรคแมลงศัตรูผักหวานป่า
ผักหวานป่าจัดเป็นพืชผักปลอดภัยจากสารพิษชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีศัตรูโรคแมลงรบกวนน้อยมาก และไม่จำเป็น หรือต้องใช้สารเคมีในการปลูกผักหวานป่า หากมีร่องรอยการทำลายของโรคแมลง ควรปล่อยไว้สักพัก อาการที่ปรากฏก็จะหายหรือบรรเทาลงได้ ตามสภาพธรรมชาติ
โรคที่สำคัญ
1. โรคแอนแทรกโนส เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคผลเน่า จะพบเห็นมีบ้างเล็กน้อยช่วงผลสุก แต่ที่ใบและยอดอ่อนยังไม่เคยพบ ถ้าผักหวานป่าแสดงอาการ จะไม่รุนแรงนัก ปล่อยทิ้งไว้สักระยะ ก็จะทุเลาและหายเอง แมลงศัตรูที่สำคัญ 1. ด้วงปีกแข็งบางชนิด พบบ้างในบางท้องที่ โดยปรากฏร่องรอยการกัดแทะให้เห็น แต่ไม่ก่อให้เกิดการเสียหายกับผักหวานป่า 2. หนอน อาจพบเห็นกัดกินยอดอ่อนบางชนิดแต่ไม่พบบ่อยนัก
สัตว์ศัตรูที่สำคัญ
 1. พวกหนู ตัวตุ๋น มีพบบางพื้นที่ ขุดกัดกินรากผักหวานป่า  2. หอยทาก มีลักษณะเปลือกบางสีขาว อาศัยอยู่ตามพื้นดินที่มีความชุ่มชื้น จะเข้าไปกัดกินใบ ยอดอ่อนและต้นกล้าอ่อนในระยะต้นกล้าถ้ามีมากจะทำความเสียหายได้  การป้องกันกำจัดหอยทาก  1. ใช้ส่าเหล้ารดรอบๆ 2-3 วัน/ครั้ง  2. ใช้ปูนขาวโรยโดยรอบแปลงเพาะกล้า เพื่อป้องกันหอยเข้าทำลาย กัดกินต้นกล้าที่เพาะไว้
การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ควรใช้สารสกัดจากธรรมชาติ หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ในการดำเนินการปลูก เพื่อให้ผลผลิตผักหวานป่ามีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมี
การใส่ปุ๋ย
ผักหวานป่าต้องใช้เวลาปลูกไม่ต่ำกว่า 3 ปี จึงจะเจริญเติบโตถึงระยะเริ่มเก็บผลผลิตได้ การใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้วหว่านรอบโคนต้น ในรัศมี 50 เซนติเมตร ต้นละ 10 กิโลกรัม (ประมาณ 1 ปี๊บ) ในช่วงฤดูฝนปีละครั้ง และหลังจากต้นผักหวานป่าเจริญเติบโต จนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ใส่ปุ๋ยปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรก ใช้ก่อนแตกยอดและออกดอก ครั้งที่สอง ใส่หลังเก็บยอดหมดแล้วเพื่อบำรุงต้น ต้นละ 10-20 กิโลกรัม ( ประมาณ 1-2 ปี๊บ ) แล้วรดน้ำให้ชุ่ม การกำจัดวัชพืช การกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น วัชพืชจะมีมากในช่วงฤดูฝน การกำจัดวัชพืชไม่ควรใช้จอบถากถาง จะทำให้รากผักหวานป่ากระทบกระเทือนเสียหาย และชะงักการเจริญเติบโตหรือตายได้ ควรใช้วิธีการถอนหรือตัดต้นวัชพืชออกเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนระบบรากดังกล่าว
การให้น้ำ
การดูแลรักษาต้นผักหวานป่าในช่วง 2 ปีแรกจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วงแรกจะให้น้ำ 2 วัน/ครั้ง หลังจากนั้นจะให้ 7-10 วัน/ครั้ง และหยุดการให้น้ำในช่วงผักหวานป่าพักตัวตามธรรมชาติ หลังเก็บยอดแล้วราวเดือน พฤศจิกายน-มกราคม การให้น้ำจะเป็นการกระตุ้นให้ผักหวานป่าแตกยอดอ่อนด้วย โดยหลังจากลิดใบแก่ออกหรือหักยอดแล้ว ควรมีการให้น้ำทุก 7-10 วัน

โรคแมลงศัตรูผักหวานป่า
ผักหวานป่าจัดเป็นพืชผักปลอดภัยจากสารพิษชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีศัตรูโรคแมลงรบกวนน้อยมาก และไม่จำเป็น หรือต้องใช้สารเคมีในการปลูกผักหวานป่า หากมีร่องรอยการทำลายของโรคแมลง ควรปล่อยไว้สักพัก อาการที่ปรากฏก็จะหายหรือบรรเทาลงได้ ตามสภาพธรรมชาติ
โรคที่สำคัญ
1. โรคแอนแทรกโนส เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคผลเน่า จะพบเห็นมีบ้างเล็กน้อยช่วงผลสุก แต่ที่ใบและยอดอ่อนยังไม่เคยพบ ถ้าผักหวานป่าแสดงอาการ จะไม่รุนแรงนัก ปล่อยทิ้งไว้สักระยะ ก็จะทุเลาและหายเอง แมลงศัตรูที่สำคัญ 1. ด้วงปีกแข็งบางชนิด พบบ้างในบางท้องที่ โดยปรากฏร่องรอยการกัดแทะให้เห็น แต่ไม่ก่อให้เกิดการเสียหายกับผักหวานป่า 2. หนอน อาจพบเห็นกัดกินยอดอ่อนบางชนิดแต่ไม่พบบ่อยนัก
สัตว์ศัตรูที่สำคัญ
 1. พวกหนู ตัวตุ๋น มีพบบางพื้นที่ ขุดกัดกินรากผักหวานป่า  2. หอยทาก มีลักษณะเปลือกบางสีขาว อาศัยอยู่ตามพื้นดินที่มีความชุ่มชื้น จะเข้าไปกัดกินใบ ยอดอ่อนและต้นกล้าอ่อนในระยะต้นกล้าถ้ามีมากจะทำความเสียหายได้  การป้องกันกำจัดหอยทาก  1. ใช้ส่าเหล้ารดรอบๆ 2-3 วัน/ครั้ง  2. ใช้ปูนขาวโรยโดยรอบแปลงเพาะกล้า เพื่อป้องกันหอยเข้าทำลาย กัดกินต้นกล้าที่เพาะไว้
การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ควรใช้สารสกัดจากธรรมชาติ หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ในการดำเนินการปลูก เพื่อให้ผลผลิตผักหวานป่ามีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารเคมี
จากคุณ :คนบ้านไผ่โพสต์เมื่อ :2010-08-09 06:28:51 IP : 183.89.112.xxx
ความคิดเห็นที่ 1
 
Re : ปลูกผักหวานป่าในสภาพไร่ได้แล้ว
การเก็บเกี่ยว ผักหวานป่าเมื่ออายุ 3 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต โดยในปีแรกๆ จะมีปริมาณน้อย แต่ละมากขึ้น เรื่อยๆ ตามอายุและขนาดของทรงพุ่มที่เพิ่มมากขึ้น ในการเก็บเกี่ยวสามารถตัดยอดอ่อนผักหวานป่าที่แตกออกมาความยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร เพื่อนำมาบริโภคหรือจำหน่าย แต่ต้องระมัดระวัง อย่าเก็บยอดผักหวานป่าที่ต้นอายุไม่ถึง 2 ปี เพราะจะทำให้ผักหวานป่าตาย หรือชะงักการเจริญเติบโต ปริมาณผลผลิตของผักหวานป่านอกจากจะขึ้นกับอายุและขนาดของแล้ว  ยังขึ้นกับจำนวนครั้งที่ทำการเก็บเกี่ยวในแต่ละปีด้วย การเก็บยอดผักหวานป่าจะเก็บในช่วงเช้าของทุกๆวันและจะเก็บก่อนเวลาเที่ยงวัน เพราะอากาศร้อนยอดผักหวานจะขดไม่สดชื่นการเก็บเกี่ยวจะใช้มือเด็ดยอดอ่อน จะเลือกยอดที่ยาวประมาณ 1 คืบมือ และหักยอดเพื่อช่วยกระตุ้นกิ่งให้แตกยอดออกมาใหม่ ถ้าต้นไหนสูงมาก ก็ใช้มีดฟันตัดได้เลย แต่มักไม่นิยมใช้กรรไกรตัดกิ่ง เพราะผักหวานจะไม่แตกยอด สำหรับราคาจำหน่ายยอดผักหวานป่าขึ้นอยู่กับฤดูกาล โดยผลผลิตนอกฤดูกาล ราวเดือนมกราคม-มีนาคม ราคากิโลกรัมละ 100-250 บาท และผลผลิตในฤดูกาล ราวช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะมีราคาเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 40-80 บาท

การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อการเก็บจำหน่าย
เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่งโดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้ง ให้เหลือยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือใบติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อมๆ กับการให้น้ำพอให้ดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร ก็สามารถเก็บเกี่ยวและมัดเป็นกำเพื่อส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ควรหว่านปุ๋ยคอกโดยใส่ปุ๋ยต้นละ 10-20 กิโลกรัม หว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป

เทคนิคการทำให้ผักหวานป่าออกยอดนอกฤดู
ผักหวานป่าทำให้ออกดอกนอกฤดู ได้ง่าย ไม่ยากเลย โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ราคาผักหวานป่าจะแพงมาก โดยแบ่งต้นผักหวานป่า ส่วนหนึ่งให้ออกยอดก่อน การทำให้ออกก่อนหรือหลัง มีเทคนิค คือ กำหนดวันที่จะให้ผักหวานออกยอดอ่อนจำหน่ายได้ โดยตัดแต่งกิ่งผักหวานป่าทั้งต้น เพื่อเป็นการกระตุ้น รูดใบแก่บนต้นออกเกือบหมด หรือเหลือติดกิ่งบ้างเล็กน้อย จากนั้นให้หักกิ่งแขนงออกครึ่งหนึ่งของความยาวกิ่ง ถ้าหากหักกิ่งไว้ยาวเกินไป จะทำให้ยอดไม่สวยงาม และออกยอดน้อยได้ หลังจากตัดแต่งกิ่งแล้วควรให้น้ำบ่อยครั้งขึ้น 3-5 วันต่อครั้ง ก่อนหน้านั้น ถ้ามีการให้ปุ๋ยคอกมากๆ ก็จะยิ่งดี ประมาณ 27 วัน ผักหวานป่าก็จะมียอดให้เก็บขาย ประมาณ 3-4 รุ่น โดยแต่ละรุ่นจะแทงยอดออกมาทุก 7 วัน ดังนั้นถ้าจะขายยอดผักหวานป่าช่วงปีใหม่ ก็ตัดแต่งกิ่งผักหวานป่า ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เมื่อเก็บผักหวานป่าหมดยอดแล้ว ต้องให้ต้นผักหวานพักต้นเลย บำรุงน้ำและปุ๋ยคอกให้ผักหวานด้วย ในปัจจุบัน อำเภอบ้านหมอ จะสามารถมียอดผักหวานป่า จำหน่ายตลอดทั้งปี การผลิตผักหวานป่านอกฤดู เช่น - ทำการลิดใบแก่ เดือนมกราคม หลักจากนั้น 14 วัน ผักหวานป่าก็เริ่มจะแตกยอดและ ใบอ่อน เกษตรกรสามารถเก็บขายได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน - ทำการลิดใบแก่เดือนพฤษภาคม หลังจากนั้น 14 วัน ผักหวานป่า จะเริ่มแตกยอดและ ใบอ่อน เกษตรกรสามารถเก็บขายได้ ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม - หยุดพักตัวต้นผักหวานป่าเดือน กันยายน-ธันวาคม เกษตรกรจำเป็นต้องปล่อยให้ผักหวานป่าพักตัวและสะสมอาหาร สร้างความแข็งแรง และมีการเจริญเติบโตทางลำต้น

(ปลูกไปได้ 2 ปีครึ่งขึ้นไป จึงจะเก็บยอดขายได้ อย่าเก็บก่อนนี้ ผักหวานจะไม่โต )

สวัสดี การเก็บเกี่ยว ผักหวานป่าเมื่ออายุ 3 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต โดยในปีแรกๆ จะมีปริมาณน้อย แต่ละมากขึ้น เรื่อยๆ ตามอายุและขนาดของทรงพุ่มที่เพิ่มมากขึ้น ในการเก็บเกี่ยวสามารถตัดยอดอ่อนผักหวานป่าที่แตกออกมาความยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร เพื่อนำมาบริโภคหรือจำหน่าย แต่ต้องระมัดระวัง อย่าเก็บยอดผักหวานป่าที่ต้นอายุไม่ถึง 2 ปี เพราะจะทำให้ผักหวานป่าตาย หรือชะงักการเจริญเติบโต ปริมาณผลผลิตของผักหวานป่านอกจากจะขึ้นกับอายุและขนาดของแล้ว  ยังขึ้นกับจำนวนครั้งที่ทำการเก็บเกี่ยวในแต่ละปีด้วย การเก็บยอดผักหวานป่าจะเก็บในช่วงเช้าของทุกๆวันและจะเก็บก่อนเวลาเที่ยงวัน เพราะอากาศร้อนยอดผักหวานจะขดไม่สดชื่นการเก็บเกี่ยวจะใช้มือเด็ดยอดอ่อน จะเลือกยอดที่ยาวประมาณ 1 คืบมือ และหักยอดเพื่อช่วยกระตุ้นกิ่งให้แตกยอดออกมาใหม่ ถ้าต้นไหนสูงมาก ก็ใช้มีดฟันตัดได้เลย แต่มักไม่นิยมใช้กรรไกรตัดกิ่ง เพราะผักหวานจะไม่แตกยอด สำหรับราคาจำหน่ายยอดผักหวานป่าขึ้นอยู่กับฤดูกาล โดยผลผลิตนอกฤดูกาล ราวเดือนมกราคม-มีนาคม ราคากิโลกรัมละ 100-250 บาท และผลผลิตในฤดูกาล ราวช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะมีราคาเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 40-80 บาท

การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อการเก็บจำหน่าย
เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่งโดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้ง ให้เหลือยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือใบติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อมๆ กับการให้น้ำพอให้ดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร ก็สามารถเก็บเกี่ยวและมัดเป็นกำเพื่อส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ควรหว่านปุ๋ยคอกโดยใส่ปุ๋ยต้นละ 10-20 กิโลกรัม หว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป

เทคนิคการทำให้ผักหวานป่าออกยอดนอกฤดู
ผักหวานป่าทำให้ออกดอกนอกฤดู ได้ง่าย ไม่ยากเลย โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ราคาผักหวานป่าจะแพงมาก โดยแบ่งต้นผักหวานป่า ส่วนหนึ่งให้ออกยอดก่อน การทำให้ออกก่อนหรือหลัง มีเทคนิค คือ กำหนดวันที่จะให้ผักหวานออกยอดอ่อนจำหน่ายได้ โดยตัดแต่งกิ่งผักหวานป่าทั้งต้น เพื่อเป็นการกระตุ้น รูดใบแก่บนต้นออกเกือบหมด หรือเหลือติดกิ่งบ้างเล็กน้อย จากนั้นให้หักกิ่งแขนงออกครึ่งหนึ่งของความยาวกิ่ง ถ้าหากหักกิ่งไว้ยาวเกินไป จะทำให้ยอดไม่สวยงาม และออกยอดน้อยได้ หลังจากตัดแต่งกิ่งแล้วควรให้น้ำบ่อยครั้งขึ้น 3-5 วันต่อครั้ง ก่อนหน้านั้น ถ้ามีการให้ปุ๋ยคอกมากๆ ก็จะยิ่งดี ประมาณ 27 วัน ผักหวานป่าก็จะมียอดให้เก็บขาย ประมาณ 3-4 รุ่น โดยแต่ละรุ่นจะแทงยอดออกมาทุก 7 วัน ดังนั้นถ้าจะขายยอดผักหวานป่าช่วงปีใหม่ ก็ตัดแต่งกิ่งผักหวานป่า ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เมื่อเก็บผักหวานป่าหมดยอดแล้ว ต้องให้ต้นผักหวานพักต้นเลย บำรุงน้ำและปุ๋ยคอกให้ผักหวานด้วย ในปัจจุบัน อำเภอบ้านหมอ จะสามารถมียอดผักหวานป่า จำหน่ายตลอดทั้งปี การผลิตผักหวานป่านอกฤดู เช่น - ทำการลิดใบแก่ เดือนมกราคม หลักจากนั้น 14 วัน ผักหวานป่าก็เริ่มจะแตกยอดและ ใบอ่อน เกษตรกรสามารถเก็บขายได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน - ทำการลิดใบแก่เดือนพฤษภาคม หลังจากนั้น 14 วัน ผักหวานป่า จะเริ่มแตกยอดและ ใบอ่อน เกษตรกรสามารถเก็บขายได้ ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม - หยุดพักตัวต้นผักหวานป่าเดือน กันยายน-ธันวาคม เกษตรกรจำเป็นต้องปล่อยให้ผักหวานป่าพักตัวและสะสมอาหาร สร้างความแข็งแรง และมีการเจริญเติบโตทางลำต้น

(ปลูกไปได้ 2 ปีครึ่งขึ้นไป จึงจะเก็บยอดขายได้ อย่าเก็บก่อนนี้ ผักหวานจะไม่โต )

สวัสดี การเก็บเกี่ยว ผักหวานป่าเมื่ออายุ 3 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต โดยในปีแรกๆ จะมีปริมาณน้อย แต่ละมากขึ้น เรื่อยๆ ตามอายุและขนาดของทรงพุ่มที่เพิ่มมากขึ้น ในการเก็บเกี่ยวสามารถตัดยอดอ่อนผักหวานป่าที่แตกออกมาความยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร เพื่อนำมาบริโภคหรือจำหน่าย แต่ต้องระมัดระวัง อย่าเก็บยอดผักหวานป่าที่ต้นอายุไม่ถึง 2 ปี เพราะจะทำให้ผักหวานป่าตาย หรือชะงักการเจริญเติบโต ปริมาณผลผลิตของผักหวานป่านอกจากจะขึ้นกับอายุและขนาดของแล้ว  ยังขึ้นกับจำนวนครั้งที่ทำการเก็บเกี่ยวในแต่ละปีด้วย การเก็บยอดผักหวานป่าจะเก็บในช่วงเช้าของทุกๆวันและจะเก็บก่อนเวลาเที่ยงวัน เพราะอากาศร้อนยอดผักหวานจะขดไม่สดชื่นการเก็บเกี่ยวจะใช้มือเด็ดยอดอ่อน จะเลือกยอดที่ยาวประมาณ 1 คืบมือ และหักยอดเพื่อช่วยกระตุ้นกิ่งให้แตกยอดออกมาใหม่ ถ้าต้นไหนสูงมาก ก็ใช้มีดฟันตัดได้เลย แต่มักไม่นิยมใช้กรรไกรตัดกิ่ง
จากคุณ :คนบ้านไผ่โพสต์เมื่อ :2010-08-09 06:27:04 IP : 183.89.112.xxx

ชื่อ 
อีเมล์ 
ข้อความ 
แนบไฟล์   
เมื่อมีการตอบกระทู้   ส่งไปที่อีเมล์  ไม่ต้องส่ง
Security Code


     
     
 
     
    © สงวนลิขสิทธิ์ ๒๕๕๓ โดย บริษัท ดังภูมิ จำกัด